Latest Entries »

อาหารไทย

ต้มยำกุ้ง

ส่วนผสม

กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว (ปอกเปลือก, ทำความสะอาด)

* เห็ดฟาง 10 อัน

* ตะไคร้ 1 กำ

   (ทุบให้แหลกและหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2″)

* ใบมะกรูด 3 ใบ

* เกลือ 1 ช้อนชา

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

* พริกขี้หนู 6 เม็ด (ทุบพอให้แหลก)

* น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง

* ผักชี 1/2 ถ้วยตวง (หั่นหยาบ)

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกกุ้งออก เหลือหางไว้ (เพื่อความสวยงามเมื่อปรุงเสร็จ) จากนั้นหั่นด้านหลังกุ้งเพื่อเอาเส้นเลือดสีดำออก เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง

2. นำน้ำเปล่าไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่ตะไคร้, ใบมะกรูด และกุ้ง เมื่อสีกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู (เริ่มสุก) ใส่เห็ดที่หั่นไว้แล้วและเกลือ

3. หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ และ้นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสิรฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและเสิรฟทันที พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ

 

ส่วนผสม

 

วิธีทำ

1. ย่างกบให้เนื้อแห้งกรอบ แล้วนำมาโขลกให้ละเอียด ตักขึ้น พักไว้
2. เผากระเทียม มะเขือขื่น และมะแขว่น โขลกพริก เกลือ กระเทียม ข่า ดีปลี และมะแขว่น รวมกันให้ละเอียด ใส่มะเขือขื่น
3. ใส่กบลงโขลกรวมกัน ชิมรส

เคล็ดลับ

ย่างกบให้เนื้อแห้งและกรอบ เพื่อให้โขลกได้ละเอียด
ย่างมะแขว่นพอให้มีกลิ่นหอม

 

 
1. กบย่างไฟ 3 ตัว
2. พริกขี้หนูแห้งคั่ว 7 เม็ด
3. กระเทียมย่างไฟ 10 กลีบ
4. ข่าโขลก 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. ดีปลีคั่ว 1 ผล
6. มะแขว่นคั่ว 1 ช้อนชา
7. มะเขือขื่นย่างไฟ 1/2 ถ้วย
8. เกลือ 1/2 ช้อนชา
9. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
10. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

ชั้นบรรยากาศ
                    ชั้นบรรยากาศ คือ   ชั้นของอากาศที่ล้อมรอบโลกและด้วยแรงดึงดูดของโลกทำให้ชั้นบรรยากาศคงสภาพ อยู่ได้   ชั้นบรรยากาศ
มีความหนารวมแล้วประมาณ 500 กิโลเมตรจากพื้นโลก   อากาศในชั้นบรรยากาศแต่ละชั้นจะแตกต่างกัน   แต่ในทุก ๆ ชั้นล้วนเป็นส่วนสำคัญ
ของทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งสิ้น

ชั้นของบรรยากาศแบ่งโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 4 ชั้น ดังนี้    

                    1 . โทรโพสเฟียร์ ( Troposhere) อยู่ระหว่าง 0- 10 กิโลเมตร เป็นบรรยากาศชั้นล่างสุดที่เราอาศัยอยู่ มีระดับความสูงจากผิวโลกขึ้น
ไปไม่เกิน 15 กิโลเมตร ร้อยละ 80 ของมวลอากาศทั้งหมดอยู่ในบรรยากาศชั้นนี้ แหล่งกำเนิดความร้อนของโทรโพสเฟียร์คือ พื้นผิวโลกซึ่ง
ดูดกลืนรังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์    และแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา     ดังนั้นยิ่งสูงขึ้นไปอุณหภูมิจะลดต่ำลงในอัตรา   6.5    องศาเซลเซียส
ต่อ 1 กิโลเมตร จนกระทั่งระยะสูงประมาณ 12 กิโลเมตร อุณหภูมิจะคงที่ประมาณ – 60 องศาเซลเซียสที่รอยต่อชั้นบนซึ่งเรียกว่า โทรโพพอส
( Tropopause)
                    ชั้นโทรโพสเฟียร์มีไอน้ำอยู่จำนวนมาก ส่งผลต่อความแปรปรวนของอากาศ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้า อากาศ ต่างๆ
เช่น เมฆ พายุฝนฟ้าคะนอง เป็นต้น บรรยากาศชั้นนี้มักปรากฏสภาพอากาศรุนแรง เนื่องจากมีมวลอากาศอยู่หนาแน่น และการดูดคายความร้อนแฝง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนสถานะของน้ำในอากาศ รวมทั้งอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ของพื้นผิวโลก อากาศในชั้นในสุดของบรรยากาศประกอบด้วย
แก๊สออกซิเจน ร้อยละ 20.94 ไนโตรเจน ร้อยละ 78.08 นอกจากนั้นอีกประมาณร้อยละ 1 ประกอบด้วยแก๊สอาร์กอน คาร์บอนไดออกไซด์ นีออน ฮีเลียม ละอองน้ำและฝุ่นละอองต่างๆ แก๊สเหล่านี้จะมีปริมาณมากที่สุดในบรรยากาศเหนือโลกประมาณ 9- 16 กิโลเมตร ค่าเฉลี่ยนของอุณหภูมิ
องบรรยากาศชั้นนี้อยู่ที่ประมาณ 10- 40 องศาเซลเซียส ส่วนความดันของบรรยากาศจะมีค่าอยู่ระหว่าง 100-900 มิลลิบาร์ โดยที่ระดับความสูง
ที่เพิ่มขึ้นความดันบรรยากาศจะลดลง
                     2. สตราโตสเฟียร์ ( Stratoshere) เป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่เหนือชั้นโทรโพสเฟียร์ขึ้นไปจนถึงระดับความสูงประมาณ 50 กิโลเมตร
เป็นชั้นที่ไม่มีเมฆ หมอก ไอน้ำและฝุ่นละออง มักใช้ในการเดินทางทางอากาศ โดยอุณหภูมิจะคงที่ จนถึงความสูง 50 กิโลเมตร และจะเพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็วในอัตรา 0.5 องศาเซลเซียส ต่อ 1 กิโลเมตร มวลอากาศในชั้นจะเบาบางลงกว่าชั้นแรก มีเพียงร้อยละ 19.9 ของมวลอากาศทั้งหมด
เหนือระดับโทรโพพอสขึ้นไป    อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นในอัตรา   2 องศาเซลเซียสต่อ 1 กิโลเมตร    เนื่องจากโอโซนที่ระยะความสูง 48 กิโลเมตร
ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ได้ร้อยละ 95 บรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์มีความสงบมากกว่าชั้นโทรโพสเฟียร์ เครื่องบินไอพ่น
จึงนิยมบินในตอนล่างของบรรยากาศชั้นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่รุนแรงในชั้นโทรโพสเฟียร์
                    3. มีโซสเฟียร์ ( Mesosphere)  เป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่เหนือชั้นสตราโตสเฟียร์ขึ้นไปจนถึงระดับความสูงประมาณ 80 กิโลเมตร
โดยอุณหภูมิจะลดลงตามความสูง     เหนือสตราโตรสเฟียรส์ขึ้นไป   อุณหภูมิลดต่ำลงอีกครั้ง จนถึง – 100 – 138 องศาเซลเซียส     ที่ระยะสูง
80 กิโลเมตร ทั้งนี้เนื่องจากห่างจากแหล่งความร้อนในชั้นโอโซนออกไป     มวลอากาศในชั้นนี้มีไม่ถึงร้อยละ 0.1   ของมวลอากาศทั้งหมด
ความดันในบรรยากาศชั้นนี้จะค่อนข้างคงที่
                    4. เทอร์โมสเฟียร์( Thermoshere) เป็นชั้นที่อยู่เหนือชั้นมีโซสเฟียร์ขึ้นไปจนถึงระดับความสูง 40 0- 500 กิโลเมตร อุณหภูมิจะสูงขึ้น
อย่างรวดเร็วในช่วงแรกแล้วอัตราการสูงขึ้นจะลดลง    อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง     227-1 , 727    องศาเซลเซียส    โดยชั้นนี้จะมีความหนาแน่น
ของอนุภาคต่างๆจางมาก แต่แก๊สต่างๆ ในชั้นนี้จะอยู่ในลักษณะที่เป็นอนุภาคที่เป็นประจุไฟฟ้าเรียกว่า อิออน สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุได้
มวลอากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์มิได้อยู่ในสถานะของแก๊ส แต่อยู่ในสถานะของประจุไฟฟ้า เนื่องจากอะตอมของแก๊ส ไนโตรเจนและออกซิเจน
ในบรรยากาศชั้นบน ได้รับรังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ เช่น รังสีเอ็กซ์ และแตกตัวเป็นประจุ อย่างไรก็ตามแม้ว่าบรรยากาศชั้นนี้จะมีอุณหภูมิ
สูงมาก แต่ก็มิได้มีความร้อนมาก เนื่องจากมีอะตอมของแก๊สอยู่เบาบางมาก ( อุณหภูมิเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของพลังงานในแต่ละอะตอมปริมาณ
ความร้อนขึ้นอยู่กับมวลทั้งหมดของสสาร)
                     เหนือชั้นเทอร์โมสเฟียร์ขึ้นไป ที่ระยะความสูงประมาณ 500 กิโลเมตร โมเลกุลของอากาศอยู่ห่างไกลกันมาก จนอาจไม่สามารถ
วิ่งชนกับโมเลกุลอื่นได้    ในบางครั้งโมเลกุลซึ่งเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงเหล่านี้    อาจหลุดพ้นอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงโลก เราเรียกบรรยากาศ
ในชั้นที่อะตอมหรือโมเลกุลของอากาศมีแนวโน้มจะหลุดหนีไปสู่อวกาศนี้ว่า “ เอ็กโซสเฟียร์ ” (Exosphere)
                    นอกจากนี้ ยังเรียก   ชั้นโฮโมสเฟียร์  คือ  ชื่อเรียกบรรยากาศชั้น โทรโพสเฟียร์ สตราโตสเฟียร์และมีโซสเฟียร์รวมกัน    บางครั้ง
เราเรียกบรรยากาศที่ระดับความสูง  80- 400 กิโลเมตร ว่า   “ ไอโอโนสเฟียร์ ”   (Ionosphere) เนื่องจากแก๊สในบรรยากาศชั้นนี้มีสถานะเป็น
ประจุไฟฟ้า ซึ่ง มีประโยชน์ในการสะท้อนคลื่นวิทยุสำหรับการสื่อสารโทรคมนาคมชั้นบรรยากาศที่มีแก๊สออกซิเจนเพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิตจะอยู่สูงจากผิวโลก 5- 6 กิโลเมตร เท่านั้น

 อากาศ เป็นของผสมที่ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักที่สำคัญ ดังนี้
                   1. แก๊ส   เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของอากาศ แก๊ส ในอากาศแห้ง   100  ส่วน ประกอบด้วยแก๊สต่างๆ ดังนี้
                                         –  แก๊สไนโตรเจน                      78.084              เปอร์เซ็นต์
                                         –  แก๊สออกซิเจน                        20.946             เปอร์เซ็นต์
                                         – แก๊สอาร์กอน                            0.924               เปอร์เซ็นต์
                                         – แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์       0.033              เปอร์เซ็นต์
                                         –  แก๊สนีออน                               0.00182          เปอร์เซ็นต์
                                         – แก๊สฮีเลียม                                0.00520          เปอร์เซ็นต์
                                         – แก๊สอื่นๆ                                   0.000598        เปอร์เซ็นต์

                  2. ของเหลว   ของเหลวในอากาศ ได้แก่ ไอน้ำ ซึ่งเกิดจากการระเหยของน้ำจากแหล่งน้ำบนพื้นผิวโลก รวมทั้งการคายน้ำของพืช
และการหายใจของสิ่งมีชีวิตต่างๆ   เมื่อไอน้ำที่ถูกปล่อยออกมาลอยขึ้นสู่อากาศ   จะทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ   เช่น  ฝน  เมฆ  หมอก
และน้ำค้าง ทำให้อากาศมีความชื้น
                    3. ของแข็ง    นอกจากอากาศประกอบด้วยแก๊ส และของเหลว เช่น ไอน้ำ อากาศยังประกอบด้วยอนุภาคของฝุ่นละอองต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอนุภาคที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ฝุ่นละอองดิน ละอองหิน ละอองเกสรดอกไม้ หรืออนุภาคที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น อนุภาคของฝุ่นละอองจากกระบวนการอุตสาหกรรม การคมนาคม การเผาไหม้ รวมทั้งจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในอากาศ อนุภาคของฝุ่นละอองที่มีอยู่ในอากาศเป็นที่ยึดเกาะของหยดน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำในบรรยากาศ ถ้าไม่มีฝุ่นละอองก็จะไม่มีหยดน้ำในอากาศ ดังนั้น สภาพอากาศในที่ต่างๆ จึงมีความแตกต่างกันไป

อากาศจัดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น    และจัดเป็นทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
อากาศ มีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่งรอบๆ ตัวเราตลอดจนตามที่ว่างต่างๆ อากาศเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น มีมวล   น้ำหนัก  ต้องการที่อยู่     มีแรงกระทำ
ต่อวัตถุได้ทุกทิศทุกทาง     อากาศที่ห่อหุ้มโลกไว้เป็นชั้นๆ มีความสูงจากพื้นผิวโลกขึ้นไปประมาณ  500 กิโลเมตร   เราเรียกชั้นของอากาศ
ที่ห่อหุ้มโลกว่า  บรรยากาศอากาศเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคน   สัตว์   และ พืช ถ้าไม่มีอากาศสิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้
คนเราสามารถอดอาหารได้หลายวัน   แต่ถ้าขาดอากาศหายใจเพียง   5-6  นาที   เราสามารถตายได้   อากาศที่อยู่รอบตัวเรานี้   ประกอบด้วยแก๊ส
หลายชนิด   เช่น   แก๊สออกซิเจน ไฮโดรเจน   ไนโตรเจน   คาร์บอนไดออกไซด์   และแก๊สอื่นๆ   นอกจากนี้อากาศยังมีส่วนผสมของไอน้ำ
ฝุ่นละออง   เขม่าควัน   และเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆเจือปนอยู่ด้วย   อากาศมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต   ดังนี้
                    1. มีแก๊สที่จำเป็นต่อการมีชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช เช่น แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และ แก๊สไนโตรเจน เป็นต้น
                    2. มีอิทธิพลต่อการเกิด ปริมาณ และคุณภาพของทรัพยากรอื่น เช่น ป่าไม้และแร่ธาตุ ทำให้เกิดลมและฝน
                    3. ช่วยปรับอุณหภูมิของโลก โดยเฉพาะไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนจากพื้นดิน ทำให้
ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืน และ ฤดูร้อนกับฤดูหนาวไม่แตกต่างกันมาก และทำให้บริเวณผิวโลกมีความอบอุ่นขึ้น
                    4. มีผลต่อการดำรงชีวิต สภาพจิตใจ และร่างกายของมนุษย์ ถ้าสภาพอากาศไม่เหมาะสม เช่น แห้งแล้งหรือหนาวเย็นเกินไป
คนจะอยู่อาศัยด้วยความยากลำบาก
                    5. ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย์ โดยโอโซนในบรรยากาศจะกรองหรือดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งทำให้ผิวไหม้เกรียม เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง และโรคต้อกระจก
                    6. ช่วยเผาไหม้วัตถุที่ตกมาจากฟ้าหรืออุกกาบาตให้กลายเป็นอนุภาคเล็กๆ จนไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และทรัพย์สิน

Key

ชื่อในวงการ: คีย์  
ชื่อจริง : คิมคิบอม  
วันเดือนปีเกิด: 23 กันยายน 2534
บ้านเกิด : แทกู
กรุ๊ปเลือด : B
สูง : 177.0cm
ฉายา(เกาหลี) : กุญแจ กุญแจผู้ทรงอนุภาค บอมคีย์ คีย์บอม
การศึกษา : โรงเรียนประถมจีมโย – โรงเรียนมัธยมยองจิน (**ู) และเคยไปเรียนที่ LA 1ปี
ผลงานก่อนเดบิว: ร่วมแสดงประกอบ MV ในภาพยนต์ FlowerBoy-Super Junior
SM Chinkuk Audition (**ู)

นิสัยของตัวเอง: เป็นคนกลัวคนแปลกหน้า แต่ถ้าสนิทกันแล้วก็จะเป็นคนร่าเริง
ความสนใจและงานอดิเรก : แร๊พ, เต้น, สกีน้ำ ,ภาษาอังกฤษ,ภาษาจีน
เพลงที่แนะนำในมินิอัลบั้มแรก: “Noona is so pretty”, “Real”
เพลงที่ฟังmp3ช่วงนี้: Tohoshinki [T] Album แต่ไม่ว่าจะเป็นเพลงชนิดไหนก็ชอบหมด K-popก็ชอบ เพลงป้อปของฝรั่งก็ชอบเหมือนกัน
ส่วนของร่างกายที่ชอบมากที่สุด: รูปทรงของตาผมครับ
แฟชั่นแบบที่ชอบ: แบบยุโรเปี้ยน แล้วก็ Japanese street ครับ
ละครอเมริกันกับญี่ปุ่นที่ดูเร็วๆนี้: โรสต์ กับ โนบุตะ ครับ

เดบิวส์ : ตอนอนุบาล เป็นครั้งแรกที่อยากจะเป็นนักร้อง ตั้งแต่คีย์เด็กๆ เวลาได้ดู HOT หรือ ชินฮวา คีย์จะชอบ (หลง) มากๆ
ถึงแม้ยังไม่ได้วางแผนอะไร แต่คีย์อยากจะเป็นนักแสดง และก็ได้รับการคัดเลือกจากการจัดออดิชั่นทั่วประเทศของ SM
แต่ด้วยตอนแรกคุณแม่คุณแม่ไม่เห็นด้วยเลยต้องเก็บเป็นความลับไว้ ก่อนหน้านี้เคยตกรอบออดิชั่นด้วย

ความฝัน : อยากอยู่ในวงการนานๆ แล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้อง //

Minho

ชื่อในวงการ มินโฮ MinHo
จริง : ชอยมินโฮ  
วันเดือนปีเกิด: 9 ธันวาคม 2534
บ้านเกิด : อินชอน
กรุ๊ปเลือด : B
สูง : 181.0cm
ฉายา(เกาหลี) : เปลวไฟผู้มีเสน่ห์, มินคับ, เปลวไฟ
การศึกษา : มัธยมต้น ยอนซอง – มัธยมปลายคอนกุกภายใต้มหาวิทยาลัยบูซก
ผลงานก่อนเดบิว
เดินแบบในงาน ‘2008/09 F/W Pret-a-Porter Busan’
‘โซลคอปเพอเรชั่น F/W 08-09’ (ดีไซน์เนอร์-ฮาซังแบก)

นิสัยของตัวเอง: เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด
ความสนใจและงานอดิเรก : ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล ,การแสดง, ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน
เพลงที่แนะนำในมินิอัลบั้มแรก: “Love should go on”
แฟชั่นแบบที่ชอบ: แบบที่ใส่สบายๆ
ส่วนของร่างกายที่ชอบมากที่สุด: ตา
ความรู้สึกที่ได้แคสติ้งมาจากข้างทาง(เอ่อ .. ประมาณเดินๆอยู่แล้วมีแมวมองมาทักอ่ะค่ะ ^^): ตกใจครับ

เดบิวส์ : มินโฮอยากเป็นคนในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว การได้อยู่บนเวที
แล้วผู้คนมามายสามารถมองเห็นเขาได้นั้นเป็นอะไรที่ชอบมากเลย เขาได้ถูกเลือก (ถูกพบที่ถนนค่ะ)
ตั้งแต่ปี 2006 เพื่อเป็นเด็กฝึกหัดของ SM

บุคคลที่ชอบ : เทียรี่ อองรี่ ทีม บาเซโลน่า
ความฝัน : อยากเป็นนักร้องที่ได้รับการยอมรับต่อไป

เกี่ยวกับ : SHINee สำหรับมินโฮ เป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่สามารถตัดออกไปได้ จึงอยากจะทำให้มันเป็นความทรงจำที่อยู่ในใจต่อไป

Taemin

ชื่อในวงการ เทมิน
ชื่อจริง : ลีเทมิน  
วันเดือนปีเกิด : 18 กรกฏาคม 2536
บ้านเกิด : โซล
กรุ๊ปเลือด : B
สูง : 175.0cm
ฉายา(เกาหลี) : น้องเล็ก แทมนี่
การศึกษา : ประถมชินฮัก – มัธยมต้นชินบังฮัก – ปัจุจบันศึกษาที่มัธยมต้นชองดับ
ผลงานก่อนเดบิว : SM Academy Audition Casting
ครอบครัว: พี่น้องสองคน เป็นน้องสุดท้อง

นิสัยของตัวเอง: นิสัยของผม.. ถ้าได้รู้จักแล้ว จะรู้ว่าผมเป็นคนสดใสครับ
ความสนใจและงานอดิเรก : ฟังเพลง ,เต้น(Poppin Dance),เปียโน,ภาษาจีน(เรียนในปักกิ่งเมื่อปี2551)
เพลงที่แนะนำในมินิอัลบั้มแรก: “Noona is so pretty” (Boom Track)
เวลาที่คิดว่าตัวเองดูเท่ห์: เวลาเต้น
ส่วนของร่างกายที่ชอบมากที่สุด: ทั้งหมด เพราะว่าเป็นของที่คุณพ่อคุณแม่ให้มา
แฟชั่นแบบที่ชอบ: ลุ้คแบบชุดวอร์ม (Training Look)
คำพูดที่อยากได้ยินจากแฟนๆ: “อยากป้อนกับข้าวให้จังเลย”

เด บิวส์ : แทมินชอบการเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนเด็กๆ พี่ชายเป็นคนที่เต้นเก่งกว่าเขามากๆ พี่ชายเขาเลยได้รับความรัก ความเอ็นดูจากผู้ใหญ่มากมาย
ตอนนั้นเขาอยากจะเก่งให้ได้มากกว่าพี่ชาย เลยฝึกฝนการเต้นด้วยคนเอง เขาชอบนักร้องที่สามารถเต้นได้ และ พยายามเต้นตามพวกเขา จนมีครั้งหนึ่งเพื่อนมาชวนให้
เข้ารับการออดิชั่น

ศิลปินที่ชอบ : usher , Michael Jackson
ความฝัน : อยากประสบความสำเร็จ เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของเขา

เกี่ยวกับ SHINee : สำหรับแทมิน SHINee เหมือนโชคชะตาที่ผูกพัน (ไม่สามารถตัดขาดได้)

Jonghyun

ชื่อในวงการ : จงฮยอน
ชื่อจริง : คิมจงฮยอน
วันเดือนปีเกิด : 8 เมษายน 2533
บ้านเกิด : โซล แต่อาศัยอยู่แถวทงแดมุน
สุง : 173.0cm
ฉายา(เกาหลี) : บริงบริง,คิมบริง,จงบริง,จง(จ๊ง)
หมู่เลือด : เอบี(AB)
การศึกษา :มัธยมต้นดงซอง – มัธยมปลายเดชิน – โรงเรียนสอนดนตรี Seoul Music Institute
ผลงานก่อนเดบิว : ปี 2551 ร่วมร้องเพลง交错的爱 (Wrongly Given Love)ในอัลบัมเพลงจีนของจางลีอิน
ครอบครับ : พ่อ แม่ พี่สาว1คน

นิสัยของตัวเอง: ร่างเริง ตรงๆ
ความสนใจและงานอดิเรก : ดูหนัง, ร้องเพลง, เขียนเพลง, ภาษาจีน(เรียนในปักกิ่งเมื่อปี2551)
เพลงที่แนะนำในมินิอัลบั้มแรก: “Noona is so pretty”, “Love should go on”
เพลงที่ฟังmp3ช่วงนี้: เพลง Closerของ Ne-yo
เวลาที่คิดว่าตัวเองดูเท่ห์: เวลาร้องเพลงบนเวที
ส่วนของร่างกายที่ชอบมากที่สุด: ขนตา
คิดว่าเสียงของตัวเองเป็นยังไง: คงเป็นแบบที่คนถูกใจ แล้วก็เมื่อฟังไปเรื่อยๆจะแสดงถึงความเป็นตัวของผมทีละน้อยๆ

เดบิวส์ : ตอนม.ต้น เคยมีวงดนตรีกับเพื่อน ไม่ใช่แนวพังค์ แต่เป็นแนวแบบfunky มีหน้าที่ร้องคอรัส และเล่นเบสให้กับวง
ตอนนั้นเก็บเงินค่าขนมซื้อกีต้าร์ แล้วก็แอบมาออดิชั่นอย่างลับๆ ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ต่อต้านอย่างรุนแรง
แต่สุดท้ายพวกท่านก็ยอมรับ แล้วยังช่วยย้ายให้ได้ไปเรียนที่โรงเรียนแทอัน ซึ่งเป็นโรงเรียนทางดนตรีโดยเฉพาะ
ไปออกงานประกวดวงดนตรีของโรงเรียนที่โซล ตอนนั้นเองที่ได้รับแคสติ้งเข้าสังกัดของ SM

ศิลปินที่ชอบ : Chris Brown,Ne-yo,Omari Ishmael Grandberry (เป็นพวกฟังทีก็ฟังอัลบั้มใดอัลบั้มหนึ่งไปเลย)
ความฝัน : อยากเป้นนักแต่งเพลง และ อยากประสบความสำเร็จทางด้านดนตรีให้ได้ 

Onew

ชื่อในวงการ : อนยู/new/(leader)
ชื่อจริง : ลีจินกิ  
วันเดือนปีเกิด : 14 ธันวาคม 2532
บ้านเกิด : โซล
สุง : 177.0cm
ฉายา(เกาหลี) : ลีดเดอร์ ,ซุนบุดู(ซุปเต้าหู้),อนบูดู(เต้าหู้อน)
หมู่เลือด : โอ
การศึกษา :Kwanmyong Information Industry Hig School
ผลงานก่อนเดบิว : SM Academy Vocal Casting

นิสัยของตัวเอง: “อนยู” ตามชื่อผมเลยครับ (อนยู แปลว่า “นุ่มนวล หรือ อ่อนโยน”)
ความสนใจและงานอดิเรก : ร้องเพลง เปียโน ภาษาจีน
เพลงที่แนะนำในมินิอัลบั้มแรก: “Noona is so pretty”, “Love should go on”
เพลงที่ฟังmp3ช่วงนี้: เพลงของชายนี่
เวลาที่คิดว่าตัวเองดูเท่ห์: เวลาที่เล่นเปียนโนไป ร้องเพลงไป
ส่วนของร่างกายที่ชอบมากที่สุด: ขนตา
แฟชั่นแบบที่ชอบ: เสื้อยืด กางเกงยีนส์

เดบิวส์ : ตอนอยู่ชั้นประถม คุณแม่เคยพูดว่า “อยากลองเป็นนักร้องดูมั้ย?” และเพื่อนๆก็เคยพูดแบบนั้นด้วย
แต่ตอนนั้นด้วยความที่เป็นคนขี้อายเลยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แน่ๆ
ตอนมัธยมปี 4 อยู่ก็อยากที่จะเอาดีทางด้านดนตรีขึ้นมาจริงๆจังๆ ทำให้สมัครเข้ามาฝึกฝนกับ SM Entertainment Academy
และได้รับเลือกในปี 2006 ซึ่งเขาเคยอยากเข้ามหาวิทยาลัยทางดนตรีด้วยเหมือนกัน

ศิลปินที่ชอบ : เอริก เบเนต ,Stevie Wonder( เป็นนักร้องชาวอเมริกัน ซึ่งตาบอดค่ะ ) ,John Legend (นักร้องในแนวอาร์แอนด์บี) เขาชอบน้ำเสียงสบายๆของเอรีก และชอบท่าทางที่สนุกไปกับดนตรีของสตีวี่วันเดอร์มากๆ

ความฝัน : การได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง และ ทำเพลงที่สามารถฟังได้ทุกวัย

เกี่ยวกับ : SHINee สำหรับอนยู ตอนนี้สมาชิกของ SHINee เป็นเหมือนทั้งหมดของอนยู
พวกเขาเข้ากับเขาได้ดี และ เป็นดังเพื่อนรู้ใจ ซึ่งเสนอความคิดเห็นที่ดีๆ กับอนยู